"ถั่วแระญี่ปุ่น" (Edamame) ซูเปอร์ฟู้ดที่มากกว่าแค่ของทานเล่น
หากพูดถึงเมนูเรียกน้ำย่อยหรือของทานเล่นในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ทุกคนต้องสั่งมาวางบนโต๊ะเป็นอันดับแรก เชื่อว่า "ถั่วแระญี่ปุ่น" หรือ Edamame คือ คำตอบใจในใจของใครหลายคน ด้วยรสชาติที่หวานมัน เคี้ยวเพลิน และสีเขียวสดอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ทราบหรือไม่ว่าเบื้องหลังฝักถั่วเม็ดเล็ก ๆ นี้ กลับเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมหาศาลและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง
บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับถั่วแระญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตั้งแต่ต้นกำเนิด ประโยชน์ต่อสุขภาพ ไปจนถึงไอเดียการสร้างสรรค์เมนูอาหารที่จะทำให้คุณหลงรักถั่วชนิดนี้มากกว่าเดิม
ถั่วแระญี่ปุ่น คืออะไร?
ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame) มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Glycine max (L.) Merrill ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ "ถั่วเหลือง" ชนิดหนึ่ง แต่ถูกเก็บเกี่ยวในช่วงที่ฝักยังไม่แก่จัด (Immature Soybeans) ทำให้มีรสชาติหวานธรรมชาติและเนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าถั่วเหลืองทั่วไป เมล็ดข้างในยังมีความนุ่มและหวานชุ่มฉ่ำ ต่างจากถั่วเหลืองทั่วไปที่เก็บเกี่ยวตอนแห้งและเป็นสีเหลืองเพื่อนำไปทำเต้าหู้หรือน้ำเต้าหู้
คำว่า "Edamame" (枝豆) ในภาษาญี่ปุ่น มีความหมายตรงตัวว่า "ถั่วบนกิ่ง" (Eda = กิ่ง, Mame = ถั่ว) เนื่องจากในสมัยก่อนมักจะขายกันทั้งกิ่งเพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงความสดใหม่นั่นเอง
ถั่วแระญี่ปุ่น มีที่มาจากไหน?
แม้เราจะคุ้นชินกับชื่อเรียกที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่าถั่วแระมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมมาจากประเทศจีน โดยมีการบันทึกการใช้ถั่วเหลืองฝักอ่อนเป็นยาสมุนไพรมานานกว่า 2,000 ปี ที่เรียกกันว่า “เหมาโต้ว” หมายถึง ถั่วที่มีขน ต่อมาวัฒนธรรมการทานถั่วแระได้แพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 13 โดยมีการบันทึกชื่อ "Edamame" ครั้งแรกในจดหมายขอบคุณของพระสงฆ์ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับถั่วชนิดนี้เป็นของถวาย จากนั้นมันก็ได้กลายเป็นอาหารว่างยอดนิยมในสมัยเอโดะ (Edo Period) โดยพ่อค้ารถเข็นจะลวกถั่วแระขายทั้งกิ่งให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา จนกลายเป็น Fast Food สุขภาพยุคแรก ๆ ของโลก ปัจจุบันถั่วแระญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังถูกปลูกและบริโภคอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก
ประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame)

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ถั่วแระญี่ปุ่นได้รับความนิยมสูง คือ คุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "Complete Protein" หรือโปรตีนที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งหาได้ยากในพืชทั่วไป โดยมีประโยชน์เด่น ๆ ดังนี้
- แคลอรีและดัชนีน้ำตาลต่ำ: การรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว แคลอรีต่ำและยังให้สารอาหารที่ครบถ้วน จึงเป็นของว่างที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
- ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล: ในถั่วแระญี่ปุ่นมีใยอาหารสูง ซึ่งใยอาหารช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ดีต่อลำไส้ ช่วยลดระดับ LDL (คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี) ในเลือด ส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
- แหล่งโปรตีนจากพืชคุณภาพสูง: ถั่วแระญี่ปุ่น 1 ถ้วย (ประมาณ 155 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 18.5 กรัม ซึ่งในโปรตีนมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน เหมาะมากสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ (Vegan) หรือคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ
- อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ: วิตามิน B, วิตามิน K, ธาตุเหล็ก โฟเลต โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบเลือด และช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท
ไอเดียเมนูจากถั่วแระญี่ปุ่น

โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่นิยมทานถั่วแระญี่ปุ่นแบบลวกหรือนึ่งแล้วโรยด้วยเกลือทะเล (Sea Salt) เพื่อดึงความหวานธรรมชาติออกมา แต่จริง ๆ แล้วถั่วชนิดนี้สามารถนำไปรังสรรค์เมนูได้หลากหลาย เช่น
- ถั่วแระญี่ปุ่นผัดพริกกระเทียม: เพิ่มรสชาติจัดจ้านสไตล์เอเชียด้วยการนำถั่วแระไปผัดกับน้ำมันงา กระเทียมสับ และพริกป่นญี่ปุ่น (Ichimi)
- สลัดถั่วแระญี่ปุ่น: แกะเมล็ดถั่วแระผสมกับควินัว อะโวคาโด และน้ำสลัดงาญี่ปุ่น ได้เมนู Superfood Bowl ที่สารอาหารครบถ้วน
- ฮัมมัสถั่วแระ (Edamame Hummus): ใช้ถั่วแระแทนถั่วลูกไก่ ปั่นรวมกับน้ำมันมะกอก มะนาว และกระเทียม ใช้ทาขนมปังหรือจิ้มกับผักสด
- ท็อปปิ้งในเมนูเส้น: ใส่ในราเมง อุด้ง หรือแม้แต่พาสต้า เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและโปรตีนให้กับมื้ออาหาร
นิยมทานคู่กับอะไร?
ถั่วแระญี่ปุ่นเป็นคู่แท้ของเครื่องดื่มเย็น ๆ โดยเฉพาะเครื่องดื่มมอลต์หรือชาเขียวร้อน นอกจากนี้ยังนิยมทานคู่กับซูชิ ซาซิมิ หรือข้าวหน้าต่าง ๆ เพื่อเป็นการตัดเลี่ยนและเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร
เทคนิคการเลือกซื้อและการเก็บรักษาถั่วแระญี่ปุ่นให้สดใหม่
- ความเต่ง: เมล็ดข้างในควรเรียงตัวกันแน่นและเต่งตึง ไม่ลีบแบน และไม่มีจุดสีดำ
- ลักษณะฝัก: ควรเลือกที่มีสีเขียวสด ไม่เหลืองหรือมีรอยช้ำ ขนอ่อนบนฝักยังคงเห็นชัดเจน
- การเก็บรักษา: หากเป็นแบบสด ควรเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาและควรทานให้หมดภายใน 2-3 วัน หากต้องการเก็บนานขึ้นแนะนำให้ลวกในน้ำเดือด 1-2 นาที แล้วน็อคน้ำแข็งก่อนนำไปแช่ช่องแข็ง (Frozen) จะคงรสชาติและสารอาหารได้นานหลายเดือน
ถั่วแระญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเพียงแค่กับแกล้มหรือของทานเล่นในร้านอาหาร แต่ยังเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย และตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพและสายอาหารได้อย่างลงตัว
หากสนใจสนใจถั่วแระญี่ปุ่น แช่แข็ง สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ Shop Siam Food Services

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม
- ผักแช่แข็งมีประโยชน์ไหม? เจาะลึกข้อดีที่หลายคนอาจยังไม่รู้
- อะโวคาโด: สุดยอดผลไม้แห่งสุขภาพ ที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด
- เรื่องราวของ Artichoke ราชินีแห่งพืชผักขวัญใจคนรักสุขภาพ พร้อมประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ
- ของทานเล่น สร้างความอร่อยในทุกช่วงเวลา อิ่มอร่อยได้แบบไม่มีเบื่อ
อ้างอิง
